ช่วงเวลาที่ลูกค้าทำธุรกรรมทางการเงิน ณ จุดขาย กับพนักงานประจำร้านค้า หรือ เจ้าของร้านค้า สามารถเลือกวิธีการชำระเงินได้หลายแบบ เช่น การจ่ายเงินสด , การสแกน qr code หรือ พร้อมเพย์ เพื่อแลกกับสินค้า หรือ หลังจากการรับการให้บริการ ที่ลูกค้าได้รับจากทางผู้ขาย โดยผู้ขายจะมีการคิดคำนวณเงินค่าใช้จ่าย เพื่อแจ้งจำนวนเงินให้ลูกค้าได้รับทราบ และ ชำระเงินตามจำนวนเงินที่ระบุ เมื่อลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายจะออกใบเสร็จให้แก่ลูกค้า จากการชำระเงินของลูกค้า ซึ่งการออกใบเสร็จให้ลูกค้ามีทั้งในรูปแบบการพิมพ์ หรือ การส่งใบเสร็จไปทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ลูกค้า
Point of sale ไม่ได้บริการเพียงแค่การชำระเงินของลูกค้าเท่านั้น ลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อสินค้า อีกทั้งยังสามารถส่งคืนสินค้าที่มีปัญหา หรือ แจ้งปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการบริการของทางร้านค้าได้อีกด้วย
ในปัจจุบันการทำธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือ ขนาดใหญ่ ล้วนแล้วแต่มีการปรับตัวหันมาใช้ระบบ POS กันเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากระบบ POS ช่วยให้การทำธุรกรรม ณ จุดขาย ได้ง่ายขึ้น
Point of sale Software คืออะไร?
เป็นระบบซอฟแวร์ที่ช่วยให้เจ้าของกิจการจัดการ กับ ระบบภายในร้านค้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่มีเจ้าของกิจการที่มีหน้าร้านจริง เจ้าของกิจการที่เป็นผู้ค้าปลีกเปลี่ยนสถานที่ขายไปเรื่อย ๆ หรือ เจ้าของธุรกิจที่ขายสินค้าในรูปแบบ eCommerce
ระบบนี้ช่วยให้เจ้าของร้าน หรือ พนักงานในร้านค้าสามารถใช้ค้นหาสินค้าที่ลูกค้าต้องการได้ เพิ่มสินค้าใน stock เพิ่มสินค้าไปยังคำสั่งซื้อ และ รับการชำระเงินจากลูกค้า ดูแลการกำหนดเส้นทางเงินไปยังบัญชีธนาคารของคุณหลังการขายแต่ละครั้งอีกทั้งยังเป็นระบบที่ช่วยให้เจ้าของร้านตรวจสอบความปลอดภัยธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ภายในร้านได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ
ทำไมจึงต้องรวมระบบ POS เข้ากับระบบ ERP
การปรับปรุงประสิทธิภาพทางธุรกิจและการคาดการณ์
การรวมระบบ POS กับ ระบบ ERP ช่วยเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ให้ธุรกิจของคุณสามารถคาดการณ์ถึงรายได้ในอนาคต และคาดการณ์ไปถึงแนวโน้มต่าง ๆ ได้อย่าถูกต้อง ที่จะมีผลกระทบสำคัญ ต่อการทำกำไรในทางธุรกิจได้
การรายงานผลที่สม่ำเสมอและรวมศูนย์
ระบบ POS ช่วยในเรื่องของการทำธุรกรรม หรือ รวบรวมข้อมูลทางธุรกรรมที่มีความแม่นยำ และ แสดงรายละเอียดข้อมูลอย่างสมบูรณ์ ส่วนระบบ ERP ช่วยในเรื่องการจัดเก็บข้อมูล และ วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น จากหลาย ๆ ส่วนมารวมอยู่ที่เดียวกัน ข้อมูลจึงมีความถูกต้อง และ มีความน่าเชื่อถือ จึงทำให้เมื่อรวมสองระบบนี้เข้าด้วยกันการรายงานผลข้อมูลจึงมีความแม่นยำ และ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ช่วยจัดการเรื่องสินค้าคงคลังและการจัดจำหน่าย
การรวมสองระบบนี้เข้าด้วยกันช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นธุรกิจของตนเองเป็นแบบภาพรวม ในส่วนของการดำเนินการทำงานทั้งหมดในเรื่องการจัดการคลังสินค้า และ การจัดจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน งบปรมาณ การขาย หรือ สต็อกสินค้า ตัวอย่างเช่น หากสินค้าถูกขายออกไปจำนวนหนึ่ง ข้อมูลในระบบ POS จะมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์ว่า สินค้าในระบบเหลือจำนวนน้อยแล้ว ส่วนระบบ ERP ก็จะทำหน้าที่แจ้งเตือนไปยังผู้จัดการเรื่องจำนวนสินค้าในสต็อกสินค้าที่เหลือจำนวนน้อย เพราะทำการเพิ่มจำนวนสินค้าให้อยู่ในจำนวนที่ไม่น้อยเกินไป เป็นต้น
ความแม่นยำของข้อมูล
หากมีเพียงระบบ POS อย่างเดียวในการอัปเดตข้อมูล โดยอยู่ในรูปแบบการป้อนข้อมูลด้วยตนเองผ่านฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในบริษัทเข้าสู่ระบบ สามารถมีข้อผิดพลาดเกินขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่การรวมระบบ ERP เข้ามาด้วยจะช่วยให้ข้อมูลแต่ละแผนกมีความแม่นยำ ถ่ายโอนข้อมูลได้ง่าย และมีการอัปเดตข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Point_of_sale , www.hashmicro.com , www.investopedia.com , www.shopify.com , technologyadvice.com , squareup.com , truemerchant.com , www.synergixtech.com




